รู้หรือไม่ ชิมช้อปใช้ คืออะไร

มาทำความรู้จักกับ ชิมช้อปใช้ ใช้กันเถอะ

ชิมช้อปใช้ ของรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะในโลกโซเชียล แต่รัฐบาลก็ยังเดินหน้าประกาศนโยบายชิมช้อปใช้เฟสที่ สล็อต
เพื่อเปิดให้ประชาชนสมัครใช้สิทธิเพิ่มอีก 3 ล้านสิทธิ โดยเพิ่มเติมจากเฟสแรกที่ประกาศไปแล้ว 10 ล้านสิทธิ จากมุมมองของนักศึกษาepicwinเศรษฐศาสตร์ที่เพิ่งจบใหม่คนหนึ่ง

ชิมช้อปใช้

จุดเริ่มต้นในโครงการชิมช้อปใช้

เริ่มที่จุดประสงค์ หลักของรัฐบาล ในการกระตุ้น การเติบโต ของเศรษฐกิจไทย จึงได้ประกาศใช้นโยบายเพื่อหวังจะ ใช้มาตรการนี้ มาช่วยผลักดันให้ GDP
ไทยขยายตัวได้ 3% โดยรัฐบาลต้องการ ที่จะให้เกิดการจับจ่าย ใช้สอยของผู้รับสิทธิ 10 ล้านคนในเฟสแรก และอีก 3 ล้านคนในเฟสที่ 2 หลังจากได้รับวงเงิน
1,000 บาทไปแล้ว โดยเฉพาะการออก ไปท่องเที่ยวใช้ สอยในจังหวัดอื่น เพื่อช่วยกระตุ้น กำลังซื้อที่ซบเซาให้กลับ มาคึกคัก และรัฐบาลคาด หวังว่าผู้ที่ได้รับเงิน
ไปแล้วน่าจะมี การจับจ่ายใช้สอย มากกว่า 1,000 บาทที่ได้รับไป นอกจากนี้หลังจากเปิด ใช้สิทธิในแอปพลิเคชัน หรือที่เรียกว่าแอปฯ ‘เป๋าตัง’ ไปแล้ว
รัฐบาลจะให้ต่อที่สองคือ สามารถขอรับเงินคืน ได้สูงสุดถึง 15-20% ด้วยหวังจะกระตุ้น ให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในระบบเศรษฐกิจ และเพื่อให้ผู้ประกอบ
การรายย่อย ร้านค้าชุมชน วิสาหกิจชุมชน ได้รับประโยชน์ด้วยสล็อต

ชิมช้อปใช้

อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ หลายคนมองว่าการแจกเงินฟรีนั้นสิ้นเปลืองงบประมาณ หรืออาจจะไม่ได้ช่วยประชากรฐานรากอย่างที่รัฐบาลคาดหวังไว้
โดยเฉพาะการวิจารณ์ผ่านโลกโซเชียลอย่างหนัก หลายคนตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะนำเงินไปแจกประชาชนคนละ 1,000 บาทเช่นนี้ ในขณะที่หลายภาคslot
ส่วนสำคัญยังขาดงบประมาณสนับสนุน เช่น โรงพยาบาลรัฐที่มีผู้ป่วยรอคิวเข้ารักษาและยังไม่มีทรัพยากรพอที่จะบริการอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ผมจึงเริ่ม
สนใจติดตาม และต้องการร่วมวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นต่อ นโยบายชิมช้อปใช้ที่เป็นทอล์ กออฟเดอะทาวน์นี้epic win

ข้อดีข้อเสียของ ชิมช้อปใช้

ประการแรก การกระตุ้น การใช้จ่ายจาก การที่รัฐบาลอัดฉีด เงินเข้าไป ในเศรษฐกิจหลัก หมื่นกว่าล้านบาท เพื่อเพิ่มจำนวน เม็ดเงินที่หมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจ
ย่อมจะ มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ GDP ของไทย กระเตื้องขึ้น โดยผ่านตัว C คือการบริโภคและจับจ่ายใช้สอย โดยจากคาดการณ์ ของสำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง (สศค.) เม็ดเงินที่
อัดฉีดลงไปจำนวน 1.3 หมื่นล้านบาท จะก่อให้เกิด การหมุนเวียนของเม็ด เงินประมาณ 5-6 เท่าในระบบ เศรษฐกิจ

ประการที่สอง ช่วยด้าน การเก็บภาษี และดึงให้มี ร้านค้า จดทะเบียนอย่าง ถูกต้อง เข้ามาในระบบมากขึ้น นโยบายนี้มีส่ว นให้ร้านค้าเข้า มาลงทะเบียนและแจ้งการ
เสียภาษีตามยอด ที่จะขายได้จริง และทำให้รัฐบาล มีโอกาสเก็บภาษี ได้เป็นระบบ และเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

ประการที่สาม การมุ่งสู่สังคม ไร้เงินสด มาตรการภายใต้ นโยบายนี้ จะช่วยเสริมสร้าง สังคมไร้เงินสดในยุคดิจิทัล ให้เกิดขึ้นใน ประเทศไทย เนื่องจากประชาชนผู้
รับสิทธิ จะต้องรับ วงเงินผ่านแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งเป็น e-Wallet ข้อดี ของการมุ่งสู่ สังคมไร้เงินสดมีหลายประการ รวมทั้ง การช่วยลด ค่าใช้จ่ายด้าน การพิมพ์ธนบัตร
และสังคมไร้ เงินสดยังช่วยสร้า งความโปร่งใส สามารถตรวจสอบ เส้นทางการเงิน ได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญการมุ่งสู่ สังคมไร้เงินสด จะสอดคล้องกับ เป้าหมายการ
เสริมสร้าง เศรษฐกิจดิจิทัล สู่ยุค Thailand 4.0

ประการที่สี่ ช่วยสร้างฐานข้อมูล Big Data และสร้างแพลตฟอร์ม ระดับประเทศ จากการที่รัฐบาลจะได้รับฐาน ข้อมูลขนาดใหญ่ ของผู้ใช้สิทธิ มากถึง 13 ล้านคน
หรือราว 1 ส่วน 5 ของประชากรไทย ซึ่งจะเป็น แพลตฟอร์ม ระดับประเทศ ขนาดมหาศาล หากนำไปใช้ทำ Data Analytics จะทำให้ รัฐสามารถ วิเคราะห์ข้อมูล
และต่อยอด ใช้ประโยชน์ใน ด้านต่างๆ ได้อีกมาก ทั้งในแง่ข้อมูล พฤติกรรม ผู้บริโภค พฤติกรรมร้านค้า และข้อมูลจังหวัด ที่มีการใช้แอปฯ เป๋าตัง ฯลฯ
การใช้ประโยชน์ จากข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้รัฐบาล สามารถออกแบบ นโยบายให้ตรงจุด ได้มากยิ่งขึ้น

ชิมช้อปใช้

ประการที่สาม บรรเทาแต่ไม่รักษา มองว่าภายใต้ นโยบายชิมช้อปใช้ ที่ต้องใช้งบประมาณ แผ่นดินมากกว่าหมื่น ล้านบาท แต่กลับเป็นมาตรการ
แก้ปัญหาระยะสั้น คือมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ ในไตรมาส 4 จึงเปรียบเสมือนเป็นเพียงยาแก้ปวด ที่จะช่วยบรรเทา อาการ แต่ไม่ได้ช่วยรักษา ที่ต้นเหตุ และอาจจะสร้าง
ปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น ประชาชนเกิด การเสพติดของฟรี หรือรอคอยเพียง แค่เงินที่จะได้รับแจกฟรีslot

แม้ว่าการประกาศ มาตรการนี้ของรัฐบา ลมีเป้าหมาย ที่จะกระตุ้น เศรษฐกิจ การอัดฉีดเงินเ ข้าไปในระบบหลัก หมื่น ล้านบาทที่ อาจจะช่วย ให้เศรษฐกิจไตร
มาสสุดท้าย กระเตื้องขึ้น และจะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ช่วยเพิ่มเงิน ในกระเป๋าของ ประชาชน หากแต่เงินที่อัดลง ฉีดไปอาจจะ ไปไม่ถึง ระดับฐานราก มากนัก อาจจะ
ไม่ได้อัดฉีด เงินไปยังผู้ที่ เดือดร้อนจริง ๆ กลุ่มประชากร ฐานรากยัง ไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร ซึ่งคนระดับฐาน รากเหล่านี้ ส่วนใหญ่ ไม่มีเงินเก็บ และมีสัดส่วนหนี้ สินสูง รวมทั้งมีโอกาส
ที่จะถูกปลด ออกจากงาน ในภาวะเศรษฐกิจ ซบเซาเช่นนี้

ที่สำคัญ นโยบาย ชิมช้อปใช้ ก็ไม่ได้ช่วยแก้จุดอ่อน ของประเทศ ในเรื่อง Digital Literacy
ไม่ได้ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพ ของแรงงาน และอาจจะยิ่งทำให้ ปัญหา
ความเหลื่อมล้ำ แย่ลงไปอีก epicwin สล็อต

Content by:

ข้อมูลอัพเดทล่าสุด : 14 มีนาคม 2021 (ล่าสุดปี 2020)